ปัจจุบัน​ โทรศัพท์​มือถือ​ หรือ​ สมาร์ทโฟน​ แท็บเล็ต​ ล้วนเป็น​สิ่ง​ที่​เรา​ทุกคน​ ต่าง​ก็​ขาด​ไม่ได้แล้ว​ ไม่ว่า​จะ​เดินทางไปไหน สิ่งที่​จะ​นำ​ติดตัว​เราไป​ตลอดเวลา​ ก็คือ​ โทรศัพท์มือถือ​ นี่แหล่ะ​ ที่เป็นเพื่อนสนิทของเราจริงๆ แต่! ถ้าบังเอิญ เราทำเพื่อนสนิทของเรา ตกน้ำ​ หรือ​ เปียกน้ำ​ล่ะ​ จะทำยังไงดี โดยเฉพาะหน้าฝนแบบนี้ซะด้วยสิ นี่เป็น​ วิธีแก้ไข​เบื้องต้น​ ในกรณีที่​ เราทำ​ โทรศัพท์มือถือ​เปียกน้ำ​ หรือ​ ตกน้ำ

โทรศัพท์​มือถือ​เปียก​น้ำ_ตกน้ำ
โทรศัพท์​มือถือ​ ตกน้ำ​ หรือ​ เปียก​น้ำ​

1. อย่ากดปุ่มใดๆทั้งสิ้น

โทรศัพท์​มือถือ​ทุกเครื่อง​ จะมีวงจรไฟฟ้า หรือ​ วงจรอิเล็กทรอนิกส์ ที่ทำงานอยู่ตลอดเวลา ในขณะที่​มีแบตเตอรี่ อยู่​ในตัวเครื่อง ถ้าหาก​โทรศัพท์​มือถือ​ตกน้ำ​แล้ว​ล่ะก็​ ให้เรา​เก็บขึ้นมา และ​ อย่าพยายามกดปุ่มใดๆทั้งสิ้น​ เพราะ​จะทำให้​ไฟฟ้าลัดวงจร​ ทำให้เครื่องช็อตได้ง่ายๆ

2. รีบถอดแบตเตอรี่​ออกทันที

การถอดแบตเตอรี่ออก เป็น​วิธี​ที่​ดี​ที่สุด​ เพราะ​จะเป็นการตัดไฟ การทำงาน​ของ​โทรศัพท์มือถือ​ได้ทันที​ อย่าลืม​ถอด​ ซิมการ์ด​ และ​ เม็มโมรี่การ์ดออกด้วยนะครับ

3. ข้าวสารช่วยได้

หลังจาก​ถอดแบตเตอรี่ ซิมการ์ด​ และ​ เม็มโมรี่การ์ด ออกเรียบร้อยแล้ว ให้เรา​ใช้ผ้าแห้งเช็ด​ ทำความสะอาด​เครื่องในทุกๆส่วน ที่เราสามารถทำได้​ พยายาม​ เช็ดน้ำออกให้ได้มากที่สุด หลัง​จากนั้น​ ก็​นำทั้ง​โทรศัพท์​ และ​ แบตเตอรี่​ แช่ลงในถังข้าวสาร (ประมาณ​ 2​วัน) เพราะ​ ข้าวสาร​ จะช่วยดูดความชื้นให้หมดไปได้


มือถือ​ตกน้ำ​
ข้าวสาร​ช่วยดูดความชื้นได้

4. ประกอบ​เครื่อง

หลังจาก​ที่เราแช่ถังข้าวสาร​ ครบ 2​ วัน​แล้ว​ ลองตรวจสอบเครื่องดูว่า​ ยังมีเศษน้ำ​ ตกค้างอยู่ในเครื่องอีกหรือไม่ (ลองสะบัดเครื่องไปมา)  หากไม่มีเศษน้ำแล้ว ให้เรา​ นำเครื่องมาประกอบ เข้าเหมือนเดิม ลอง​เปิดเครื่อง​ และ​ เช็คการทำงานต่างๆ ของเครื่อง​ดูว่า​ มีส่วนไหนที่ไม่ทำงาน​ หรือ​ ผิดปกติ​ หรือไม่​ เช่น​ โทรเข้า​-ออกไม่ได้ ลำโพงไม่ดัง หน้าจอเลื่อนไม่ได้ เป็นต้น​ แต่! ส่วนมาก ถ้าได้ทำตาม​วิธีที่กล่าวมาข้างต้น เครื่อง​จะใช้ได้ตามปกติ​

5. ทางออกสุดท้าย เข้าศูนย์

ถ้าหาก​ทำตามที่กล่าวมาแล้ว ยังไม่สามารถใช้งานได้อีก ก็คงต้องส่งเข้าศูนย์ ให้ช่างแก้ไขดูแล้วล่ะครับ ซึ่งอาจจะมี ค่าใช้จ่าย​ ใน​การ​ซ่อม​ เพราะ​ทางศูนย์จะไม่รับประกันเครื่องที่ตกน้ำ หรือเปียกน้ำ (นอกเสียจาก โทรศัพท์มือถือ​เป็นรุ่นใหม่ๆ​ ที่​มีฟีเจอร์กันน้ำได้) 

วิธีที่เราแนะนำนี้ เป็นวิธีการแก้ไขเพียงเบื้องต้นเท่านั้น ถ้าหากเครื่องเราใช้ได้เป็นปกติแล้วล่ะก็ ประมาณ​สักหนึ่งเดือน ลองถอดโทรศัพท์ มาเช็คดูว่า ตามขั้วแบตฯ หรือ​ ช่องเสียบซิม ที่เป็นโลหะนั้น มีสนิมเกิดขึ้นหรือไม่ ถ้ามีก็ให้ช่าง​ ทำการล้างสนิมออก​ ก็สามารถ​ใช้งานได้อีกนานเลยล่ะครับ 

Advertisements