​Samsung​ Galaxy​ S8​ เป็นสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นล่าสุดของบริษัทซัมซุง หลังจากที่​ปัญหา​ซึ่ง​เกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้วกับ Galaxy Note 7​ (แบตเตอรี่​ระเบิด) นี่คือการเปิดตัวโทรศัพท์ครั้งใหญ่​ ฃึ่งนับเป็นครั้งแรกของซัมซุง หลังจากที่ได้แก้ปัญหาเกี่ยวกับแบตเตอรี่​ไปแล้ว​ Galaxy S8​ จึงถือเป็นโอกาสเดียวที่​ซัมซุง​จะเปลี่ยนภาพลักษณ์ที่ไม่ดีของผู้บริโภคให้กลับคืนมาอีกครั้ง

Samsung_Galaxy_S8_ฟีเจอร์​
5​ สิ่งที่​ Samsung​ Galaxy​ S8​ ทำได้​ ในขณะที่​ iPhone​ ทำไม่ได้​ Photo​ via​ Techwithkg

ซัมซุง​ได้ทำการทดสอบ Galaxy S8 ผ่านกระบวนการต่างๆมากมาย​ 

อ่านเพิ่มเติม​ : ทดสอบแบตเตอรี่ Samsung Galaxy S8 จะไม่ระเบิด แม้ว่าคุณจะแทงมันด้วยมีดก็ตาม

เพื่อให้มั่นใจว่า​ ปัญหา​เกี่ยวกับแบตเตอรี่จะไม่เกิดขึ้นอีก ในความเป็นจริง บริษัทของเกาหลีใต้นี้ ยังคงปรับแต่งซอฟต์แวร์ของเรือธงใหม่ของพวกเขาเพิ่มเติมขึ้นมาอีกขั้น ด้วยความช่วยเหลือของธุรกิจภายใน​ และ​ นี่คือ​ 5​ สิ่งที่​ Samsung​ Galaxy​ S8​ ทำได้​ ในขณะที่​ iPhone​ ทำไม่ได้​​

ระบบสแกนม่านตา_Samsung_Galaxy_S8​
ระบบสแกนม่านตาของ Samsung​ Galaxy​ S8​ ที่​ iPhone​ ไม่มี​ Photo​ via​ Samsung​

1. ระบบสแกนม่านตา (The Iris Scanner) และ​ เซ็นเซอร์​วัดอัตราการเต้นของหัวใจ (Heart Sensor)
Samsung​ Galaxy S8 และ​ อุปกรณ์ iPhone อื่น ๆในปัจจุบันนั้น จะมีฟีเจอร์สแกนลายนิ้วมือมาให้ด้วย อย่างไรก็ตาม​ ซัมซุงเชื่อว่าสมาร์ทโฟน​ จะมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น​ หากมีฟีเจอร์สแกนม่านตาเพิ่มเข้ามา​ นอกเหนือจากการสแกนลายนิ้วมือที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันนี้​ นอกจาก​นั้น Galaxy S8 ยังมีเซ็นเซอร์ที่ช่วยตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจ​ (ชีพจร) ที่ด้านหลัง​ของเครื่อง ในขณะที่​ iPhone​ ไม่มี แต่ถ้าหากผู้บริโภคต้องการฟีเจอร์นี้ ก็ต้องซื้อ Apple Watch หรือ​ อุปกรณ์อื่น ๆ เพิ่มเอง โดยเชื่อมต่อกับ iPhone​ เพื่อวัดอัตราการเต้นของหัวใจนั่นเอง


หน้าจอ_Samsung_Galaxy_S8_ขนาด​ 5.8
หน้าจอ​ Samsung​ Galaxy​ S8​ ขนาด​ 5.8″ และ​ 6.2″ ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่า iPhone​ Photo​ via​ Samsung​


2.หน้าจอที่มีขนาดใหญ่ และ​ มีประสิทธิภาพที่มากกว่า

หน้าจอของ Galaxy S8 ให้สีสันที่ดีขึ้นจอแสดงผลสว่างขึ้น​ และ​ มีประสิทธิภาพมากขึ้น​ เมื่อเทียบกับ iPhone 7 หรือ 7S เป็นเพราะว่า​ ซัมซุงใช้ OLED ในขณะที่​ แอปเปิ้ลยังคงใช้​ LCD สำหรับ iPhone ของพวกเขา Galaxy S8 มีหน้าจอขนาด 5.8 นิ้วและ​ หน้าจอขนาด 6.2 นิ้วสำหรับ S8 + ในขณะที่ iPhone 7 มีหน้าจอขนาด 4.7 นิ้ว​ และ​ หน้าจอขนาด 5.5 นิ้วสำหรับ 7 Plus ซึ่งหมายความว่า​ หน้าจอของซัมซุง​ มีขนาดที่ใหญ่กว่าหน้าจอของไอโฟน ดังนั้น​ คนส่วนใหญ่นิยมใช้หน้าจอขนาดใหญ่​ เพื่อดูภาพยนตร์เล่นเกม HD และ​ อื่น ๆ ที่จำเป็นต้องใช้หน้าจอที่มีขนาดใหญ่


Samsung_Galaxy_S8_แท่นชาร์จไฟแบบไร้สาย
แท่นชาร์จไฟแบบไร้สายของ​ Galaxy​ S8​ Photo​ via​ Samsung​

3. เทคโนโลยีการชาร์จไฟGalaxy S8 สามารถชาร์จไฟได้​ โดยใช้แท่นชาร์จแบบไร้สาย โดยไม่ต้องต่อสายใด ๆ นอกจากนี้​ ยังมีเทคนิคการชาร์จไฟที่รวดเร็ว​ สำหรับ Galaxy S8 ซึ่งชาร์จไฟให้สมาร์ทโฟนได้เร็วกว่าปกติ ซึ่งทั้งสองเทคโนโลยี​นี้ ไม่สามารถเห็นได้บน iPhone หรือ​ แม้แต่อุปกรณ์ล่าสุด


Samsung_Galaxy_S8
Galaxy​ S8​ มาพร้อมกับอุปกรณ์​ที่ให้มาอย่างครบครัน​ Photo​ via​ Samsung​

4. ช่องเสียบหูฟังมาตรฐานช่องเสียบหูฟังของ Galaxy S8 สามารถเสียบหูฟังมาตรฐานเข้ากับสมาร์ทโฟนได้ทันที ในทางกลับกัน​ แอ็ปเปิ้ลกับถอดแจ็คหูฟังมาตรฐานของ iPhone 7​ ออก ซึ่งผู้ใช้ต้องใช้ Dongle เพื่อเสียบหูฟังแบบมีสายตามปกติ


Gear_VR_Samsung_Galaxy_S8​
ชมภาพเสมือนจริงผ่าน Gear​ VR Samsung​ Galaxy​ S8​ Photo​ via​ Samsung​

5. การสนับสนุนความเป็นจริงที่เสมือนจริง
Samsung Galaxy S8 มาพร้อมกับซอฟต์แวร์เสมือนจริง (VR) ของตัวเอง แอพพลิเคชันนี้ขับเคลื่อนด้วย Oculus​ (ระบบภาพ​ 3​ มิติ)  ของ Facebook เอง ส่วน​ iPhone ของ Apple นั้น​ ต้องทำงานร่วมกับ Google Cardboard (โปรแกรมสร้างภาพเสมือนจริง) ซึ่งใช้หูฟัง VR บางรุ่นได้ แต่​ไม่สนับสนุน VRs ปกติ​ และ​ ส่วนใหญ่เนื้อหามีจำกัด

ที่มา​ : Techwithkg

สำหรับ​เราซึ่งเป็นผู้บริโภค ก็คงต้องพิจารณาองค์ประกอบหลายๆด้าน​ก่อนตัดสินใจซื้อ ระหว่างสมาร์ทโฟนเรือธงของทั้งสองค่ายยักษ์ใหญ่นี้ว่า แบรนด์​ไหน​ จะคุ้มค่า​ และ​ เหมาะสมในการใช้งานของเรามากที่สุด

ขอบคุณ​ที่ติดตาม

Advertisements