สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า บริษัท ฮอนด้ามอเตอร์ ได้เปิดเผยเรื่องนี้ เมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่า ทาง Honda จำเป็นต้องสั่งให้หยุดการผลิตรถยนต์ในประเทศเป็นเวลา 1 วัน ในสัปดาห์นี้ หลังจากที่ตรวจพบว่า มัลแวร์ WannaCry Ransomware โจมตีระบบคอมพิวเตอร์ของโรงงานผลิตรถยนต์ที่เมือง Sayama (ซายามะ) ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเจ้ามัลแวร์ตัวนี้เป็นไวรัสที่ทำลายระบบคอมพิวเตอร์ทั่วโลกเมื่อเดือนที่แล้วนี้เอง

WannaCry-hits-Honda
โรงงานผลิตรถยนต์ของฮอนด้าในเมืองซายามะที่ถูกมัลแวร์ WannaCry Ransomware โจมตีระบบคอมพิวเตอร์ Photo via Honda Worldwide

 

โรงงานผลิตรถยนต์ซายามะ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงโตเกียว ซึ่งเป็นผู้ผลิตรถยนต์รุ่นต่างๆ ได้แก่ Accord sedan, Odyssey Minivan และ Step Wagon ซึ่งเป็นรถเอนกประสงค์ และ มียอดผลิตประมาณ 1,000 คันต่อวัน

ฮอนด้าได้ตรวจพบมัลแวร์ตัวนี้ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา จึงได้สั่งหยุดการผลิตรถยนต์ในเมืองซายามะ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาทันที โดยทางฮอนด้ากังวลว่า ไวรัสดังกล่าวอาจจะส่งผลกระทบต่อเครือข่ายทั่วประเทศญี่ปุ่น อเมริกาเหนือ ยุโรป จีน และ ภูมิภาคอื่น ๆ โฆษกหญิงของทางฮอนด้า ได้กล่าวว่า แม้ว่าทางบริษัท จะมีความพยายามที่จะรักษาความปลอดภัยของระบบคอมพิวเตอร์ ในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา หลังจากที่ไวรัสตัวนี้ ได้โจมตีระบบคอมพิวเตอร์ของหน่วยงานต่างๆแล้วก็ตาม ก็ยังไม่พ้นจากการโจมตีในครั้งนี้

WannaCry-Ransomware
มัลแวร์เรียกค่าไถ่ WannaCry Ransomware Photo by Thaitribune

 

การผลิตรถยนต์ที่โรงงานอื่น ๆ ของบริษัทฮอนด้านั้น ยังไม่ได้รับผลกระทบจากการโจมตีระบบคอมพิวเตอร์ในครั้งนี้ สำหรับโรงงานในซายามะ สามารถกลับมาดำเนินการผลิตรถยนต์ได้ตามปกติในวันอังคารที่ผ่านมา

รอยเตอร์ยังได้รายงานอีกว่า ทางด้านบริษัทคู่แข่ง เช่น Renault และ Nissan Motor ได้รับผลกระทบจากการโจมตีจากไวรัสตัวนี้ เมื่อเดือนที่แล้ว เมื่อบริษัทในเครือที่ดำเนินงานต้องหยุดผลิตรถยนต์ ทุกโรงงานในญี่ปุ่น อังกฤษ ฝรั่งเศส โรมาเนีย และ อินเดีย อีกด้วย

การแพร่กระจายของ มัลแวร์ WannaCry Ransomware ซึ่งโจมตีเหยื่อมากกว่า 200,000 ราย ในกว่า 150 ประเทศ ได้ชะลอตัวลงตั้งแต่เดือนที่แล้ว แต่! ผู้เชี่ยวชาญทางด้านความปลอดภัย ได้เตือนว่า เวิร์มใหม่ (Worm – หนอนคอมพิวเตอร์) อาจจะมีการเริ่มโจมตีใหม่อีกครั้งก็เป็นได้ สรุปงานนี้ ฮอนด้า คือ เหยื่อรายแรกของการโจมตีจากเจ้าไวรัสร้ายตัวนี้ หลังจากที่เงียบหายไป

Source : REUTERS

Advertisements