หลังจากการโจมตีของ​ มัลแวร์​ Petya ransomware ในยุโรปตะวันออกครั้งใหญ่​ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว​ นักวิจัยทั้งหลาย​​ต่างมีความเห็นตรงกันว่า​ การโจมตี​ทางอินเทอร์เน็ตครั้งนี้​ น่าจะมีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง​ ซึ่งทางด้านของ​ นาโต​​ The NATO (องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ) Cooperative Cyber Defence Centre of Excellence (CCD​ COE​)​ หรือ​ ศูนย์​วิจัย​ทางด้านความปลอดภัยของคอมพิวเตอร์ ได้ออกแถลงการณ์​ โดยอ้างว่า​ เป็นการโจมตีที่กระทำโดยภาครัฐ​ หรือ​ กลุ่มที่ได้รับการอนุญาต​จากรัฐบาลของประเทศหนึ่ง โดยการโจมตี​ในครั้งนี้​ ถือได้ว่าเป็นการพัฒนาการทำสงคราม​ในรูปแบบใหม่​ ​เข้าสู่​ยุคสงครามแห่งโลกไซเบอร์ และ​ ถูกมองว่าเป็นการกระทำสงครามที่ละเมิด​ ​มาตรา 5 ของสนธิสัญญาวอชิงตัน​ (ทั้งหมดมี 14 มาตรา)​​ จึงถือได้ว่าเป็นการบังคับให้พันธมิตรของนาโต้สามารถตอบโต้​ได้

เพิ่มเติม : วิธี​ป้องกัน​คอมพิวเตอร์​จาก​ Petya​ และ​ WannaCry​ Ransomware​ มัลแวร์​ เรียก​ค่าไถ่​

Tomáš Minárik นักวิจัยจากสถาบัน​กฎหมายของ CCD COE ได้กล่าวในการแถลงข่าวว่า “ในขณะที่ระบบของรัฐบาลใดๆที่มีความสำคัญ ​ได้ตกเป็นเป้าหมายของการ​โจมตีแล้ว​​ การกระทำดังกล่าวต่อรัฐบาล จึงถือว่าเป็นการละเมิดอธิปไตย อาจเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายในระดับสากล ซึ่งอาจทำให้มีหลาย ๆ ทางเลือกที่จะตอบโต้

Petya-Ransomware
ภาพประกอบ มัลแวร์ Petya Ransomware

 

คำแถลงการณ์ดังกล่าว ทำให้ CCD COE ที่ได้รับการสนับสนุนจากนาโต้ในเอสโตเนีย ตามข้อตกลงกับนักวิจัยที่ศึกษารายละเอียดการโจมตีของ ไวรัส Petya มัลแวร์เรียกค่าไถ่ในครั้งนี้ ดูเหมือนจะพุ่งเป้าไปที่ ศูนย์กลางหน่วยงานที่สำคัญของรัฐบาลยูเครนโดยตรง แทนที่จะเป็นเป้าหมายในวงกว้างๆ (ไม่เฉพาะเจาะจง) ซึ่งยูเครนถูกเจาะ และ โจมตีระบบคอมพิวเตอร์หนักที่สุด ความจริงในข้อนี้ ดูเหมือนจะไม่สมเหตุผลกับความสลับซับซ้อนของปฏิบัติการ พร้อมกับข้อผิดพลาดพื้นฐาน ที่ทำให้การเผยแพร่ไวรัสเพื่อเรียกค่าไถ่นั้น จงใจทำให้ดูเหมือนกับว่า งานนี้เป็นเพียงแค่ อาชญากรแห่งโลกไซเบอร์ ไม่ใช่ ผู้ก่อการร้าย จนเกินไป

อาชกรไซเบอร์ ไม่ได้อยู่เบื้องหลังในการปฏิบัติการครั้งนี้ นี่เป็นเพียงแค่การจัดฉาก เพื่อทำให้การโจมตีครั้งนี้ ดูเหมือนกับว่า เป็นการเรียกค่าไถ่ธรรมดาทั่วๆไป

Nato-Petya-Ransomware
Nato อาจโต้ตอบ Petya Ransomware

 

เป็นไปได้ว่า รัสเซียอาจจะเป็นผู้สนับสนุน ในปฏิบัติการครั้งนี้ เนื่องจากว่า เคยมีประวัติการโจมตีทางทหารและ ทางไซเบอร์ในยูเครน ถึงแม้ว่าจะไม่มีหลักฐานที่เป็นรูปธรรม ในการพิสูจน์การมีส่วนร่วมของรัฐบาลรัสเซีย ยิ่งไปกว่านั้น บริษัทรัสเซียรายใหญ่บางราย ก็ยังถูกโจมตีเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม หน่วยงานความปลอดภัยในกรุงมอสโกของรัฐบาลยูเครน ได้กล่าวอ้างว่า เป็นแฮกเกอร์ชาวรัสเซียคนเดียวกัน ที่เคยเข้ามาร่วมงาน ในเครือข่ายการเชื่อมโยงพลังงานของประเทศ เมื่อปีที่แล้ว เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการแฮกในครั้งนี้

Source : The Verge

มัลแวร์ Petya Resomware ตัวร้ายนี้ สงสัยจะไม่ใช่ มัลแวร์เรียกค่าไถ่ธรรมดาๆซะแล้ว ถึงขนาด องค์การนาโต มาเอง นี่คงเป็นสงครามไซเบอร์ครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้น งานนี้เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่า สรุป! ใครกันที่อยู่เบื้องหลังเจ้ามัลแวร์ร้ายตัวนี้

Advertisements